มีคำแนะนำที่น่าสนใจมากๆ สำหรับชาวนาในการลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ดังนี้
- ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีมีความงอกไม่ต่ำกว่า 80% โดยนาหว่านให้ใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ นาดำใช้อัตรา 7 กิโลกรัมต่อไร่ และนาโยนกล้าใช้เมล็ดพันธุ์อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่
- การเตรียมดินอย่างพิถีพิถันห้ามเผาตอซังฟางข้าวเพราะจะทำลายสภาพดิน ให้ไถพลิกหน้าดินเพื่อกลบฟางข้าวแล้วระบายน้ำเข้านาและใช้สารเร่ง พด.2 หมักฟางข้าวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จากนั้นต้องปรับหน้าดินให้เรียบสม่ำเสมอสำหรับนาหว่านน้ำตมให้ทำร่องน้ำเป็นทางระบายอากาศในแปลงปลูกข้าวด้วยจะช่วยให้เมล็ดข้าวงอกสม่ำเสมอและไม่มีวัชพืชขึ้นในนา
- การกำจัดวัชพืชให้ใช้สารป้องกันกำจัดวัชพืชทันทีหลังหว่านข้าวหรืออย่างช้าไม่เกิน 4 วันหลังหว่านข้าวโดยใช้สารกำจัดวัชพืชให้ตรงตามชนิดของวัชพืชที่ระบาด
- การใช้ปุ๋ยต้องใช้ปุ๋ยที่ถุงบรรจุระบุเป็นปุ๋ยสำหรับข้าวโดยนาดินเหนียวควรใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 และปุ๋ยสูตร 16-16-8 สำหรับนาดินทราย ซึ่งต้องใช้ในอัตราที่เหมาะสมและใช้ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของข้าวโดยพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง ควรใส่ปุ๋ย 3ครั้ง ข้าวที่ไวต่อช่วงแสง ให้ใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง
- การป้องกันและกำจัดศัตรูข้าวถ้าเกษตรกรปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนข้างต้นจะลดการระบาดของโรคและแมลงได้และต้องหมั่นตรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ
- การจัดการน้ำอย่างเหมาะสมหลังทำเทือกเสร็จแล้วต้องระบายน้ำออก ให้ดินแห้งแบบหมาด ๆ แล้วจึงหว่านข้าวงอกช่วงข้าวยังเล็กให้รักษาระดับน้ำอยู่ที่ 5 เซนติเมตร ช่วงข้าวแตกกอ สร้างรวงอ่อนและข้าวออกดอกให้รักษาระดับน้ำอยู่ที่ 10-15 เซนติเมตร
- การเก็บเกี่ยวควรเก็บเกี่ยวข้าวระยะพลับพลึงหรือหลังข้าวออกดอก30 วันเท่านั้น โดยให้ระบายน้ำออกจากนาข้าวเมื่อข้าวออกดอกแล้ว15 วัน เพื่อให้ดินนาแห้งในช่วงเก็บเกี่ยวข้าวทำให้รถเกี่ยวข้าวลงในนาได้
- ต้องรู้จักทำบัญชีฟาร์มโดยต้องบันทึกบัญชีฟาร์มอย่างสม่ำเสมอทุกฤดูปลูกข้าวเพื่อจะได้เปรียบเทียบบัญชีฟาร์มด้วยตนเองก่อนปลูกข้าวฤดูถัดไป จะทำให้เห็นว่าสามารถปรับลดต้นทุนอะไรลงได้บ้าง ซึ่งทำได้ไม่ยาก
คำแนะนำดีๆจาก นางพรรณพิมลชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
