แปรวิกฤติจำนำเป็นโอกาส ตัดวงจรยาฆ่าแมลง
แม้ปีนี้อาจจะไม่ปลูกข้าวนาปรังได้เต็มที่ ด้วยน้ำในเขื่อนสำคัญมีน้อยนิด และทำไปก็อาจจะมีปัญหาไม่ได้เงินจำนำจากรัฐบาล ที่แบะท่าออกมาแล้วจะไม่รับจำนำข้าวนาปรัง
อย่างไรก็ตามในวิกฤติย่อมมีโอกาส นายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน แนะให้เกษตรกรที่ไม่อาจทำนาปรัง ให้ใช้โอกาสนี้ปรับปรุงดินนา เตรียมรับฤดูฝนที่กำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
“นาที่เกี่ยวเสร็จไม่ควรเผาตอซัง เพราะไฟจากการเผาทำให้ดินสูญเสียอินทรียวัตถุไปโดยเปล่าประโยชน์และยังทำให้เกิดปัญหาหมอกควัน วิธีที่เหมาะสม ช่วงนี้ดินยังพอมีความชื้นเหลืออยู่บ้าง หากพื้นที่โดยรอบยังมีน้ำควรผันน้ำเข้านาเล็กน้อย เพื่อให้ดินมีความชื้น จากนั้นให้ไถกลบตอซัง ใช้น้ำสกัดชีวภาพ (ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ) ช่วยสลายตอซังให้เร็วขึ้น”
จากนั้นควรปลูกปุ๋ยพืชสด พวกถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ปอเทือง ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่ว มีรากเป็นปมทำหน้าที่ดึงไนโตรเจนในอากาศให้กลายมาเป็นปุ๋ย ถ้าปลูกโดยไม่หวัง เก็บเกี่ยวผลผลิต ใช้เวลาปลูก 45 วันไถกลบ จะได้ประโยชน์ทั้งการ หมักตอซังและการตรึงปุ๋ยไนโตรเจนไว้กับดิน ช่วยให้ดินเสื่อมโทรม ได้มีสารอาหารเพิ่มมากขึ้น
“ประโยชน์ตรงนี้เกษตรกรอาจมองไม่เห็นเป็นตัวเงิน แต่ในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไปจะเห็นผลเป็นตัวเงิน เพราะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ที่สำคัญยังสามารถตัดวงจรการระบาดของเพลี้ยกระโดด เพราะเมื่อพักการปลูกข้าว ไม่มีต้นข้าวให้ดูดกิน เพลี้ยกระโดดจะขาดอาหารตาย เป็นการกำจัด โดยวิธีการธรรมชาติ ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อยาฆ่าแมลง”
