เจ็บไข้ได้ป่วยมะม่วงช่วยได้

จากคำแนะนำของ WHO หรือ องค์การอนามัยโลก ระบุว่ามะม่วงสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคบิดและโรคหัดได้ เพราะในมะม่วงมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับแครอท โดยมีแครอทีนและวิตามินซีสูง ซึ่งทำหน้าที่ในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารและป้องกันภาวะการเกิดโลหิตจางในกลุ่มคนที่กินอาหารมังสวิรัติ นอกจากนี้มะม่วงยังมีแคลเซียมสูงจึงสามารถรักษาอาการเลือดตกในได้ นอกจากเนื้ออร่อย..ส่วนอื่นก็มีประโยชน์

  • เปลือกมะม่วงยังมีสาร mangiferine ที่ทำหน้าที่เป็นยาบำรุงผิว ห้ามเลือด แผลพุพอง โรคไขข้ออักเสบ โรคคอตีบ 
  • ใบมะม่วงตากแห้งแล้วนำมาบดเป็นผง ผสมกับน้ำครั้งละครึ่งช้อนชา ดื่มวันละ 2-3 ครั้งจะลดอาการท้องเสียได้
  • มะม่วงมีวิตามินเอสูง ซึ่งวิตามินเอมีประโยชน์บำรุงสายตาช่วยในการมองเห็น เด็กและสตรีมีครรภ์ควรกินมะม่วงเป็นประจำ เพราะวิตามินเอมีส่วนช่วยในการบำรุงรกและทารกในครรภ์ อีกทั้งยังลดอัตราการแท้งลูกได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ มะม่วง

สรรพคุณทางยาของมะม่วง ในทางแพทย์แผนไทย

• ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ
• ผลสุก หลังรับประทานแล้วล้างเมล็ดตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบด เป็นผง รับประทานแก้ท้องอืดแน่น ขับพยาธิ 
• ใบสด 15–30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ท้องอืดแน่น เอาน้ำต้มล้างบาดแผลภายนอกได้ 
• เปลือกต้น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ตัวร้อน 
• เปลือกผลดิบ คั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล แก้อาการปวดเมื่อย เมื่อมีประจำเดือน แก้ปวดประจำเดือน

 

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าผลไม้พื้นบ้านที่มีปลูกกันทั่วไปและบริเวณบ้านแทบทุกครัวเรือนที่สามารถกินได้ทั้งผลสุกและผลดิบอย่างมะม่วงจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล ทั้งอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน ไขมัน แครอรี่ เกลือแร่ ซึ่งสารอาหารต่างๆเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง คงขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำคุณค่าจากส่วนใดมาใช้ และในฐานะคนไทยที่ผูกพันกับมะม่วงคงช่วยกันรักษาสายพันธุ์ที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ให้คงอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลานได้ใช้คุณค่ามหาศาลจากมะม่วงด้วย

 

Cr. https://sites.google.com/site/imkhaotom/mamwng-xrxy-tan-rokh